Sirivatanasecurity

ธ.ก.ส.เล็งขยายสินเชื่อ
บัตรเครดิตชาวนา ปั้มบางจากรุดเจรจารูดซื้อน้ามันเชื้อเพลิง

      ธ.ก.ส เผย ปั้มบางจาก ดอดเจรจาต่อยอดบัตรเครดิตชาวนา รูดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง สานต่อนโยบาย เล็งขยายวงเงินสินเชื่อเพิ่มพร้อมชงรัฐบาลตั้งงบอุดหนุนเพิ่มเติม หากประเมินโครงการบัตรชาวนาปีแรก 1 ล้านใบ เข้าเป้าไร้ชาวนาซิกแซ็กดีเดย์ 7 ตุลาคมนี้ นำร่องขึ้นทะเบียนออกบัตร 5,000 ใบ ใน 5 จังหวัด และขยายเป็น 1 ล้านใบในปีแรกและ 3 ล้านใบในปีที่สอง นายอรุณ เลิศวิไลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจ ว่ากรณี ธ.ก.ส.

จะขยายวัตถุประสงค์การใช้บัตรและวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตชาวนาเพิ่ม ขึ้น เฉลี่ยต่อรายมากกว่า 20,000 บาท สาหรับลูกค้าที่กู้เงินกับ ธ.ก.ส. เพื่อนำไปซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและ สินค้าอุปโภค บริโภคอื่น ๆ นอกเหนือจากเริ่มต้นที่ปัจจัยการผลิตเริ่มแรก 3 อย่าง ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และยาฆ่าแมลงนั้น เป็นแนวคิดต่อไปที่ ธ.ก.ส. จะดำเนินการต่อยอดวัตถุประสงค์การใช้บัตรเครดิตแน่นอน อย่างไรก็ดี เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้มีหนังสือจากบริษัท บางจากปิโตเลียม จำกัด (มหาชน) (บมจ.) ติดต่อเข้ามาเป็นรายแรก โดยมีความต้องการให้ ธ.ก.ส. ขยายวัตถุประสงค์การใช้บัตรเครดิตในส่วนของ การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสาหรับการผลิตของเกษตรกร และสามารถมาติดตั้งเครื่องอ่าน บัตร Smart Cart ได้ที่ปั้มหรือร้านค้าที่จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ในเบื้องต้น ธ.ก.ส.ได้ตอบรับและสนใจในหลักการของ ปั้มบางจากแล้ว แต่จะเริ่มพิจารณาเพื่อเสนอให้ทางรัฐบาลพิจารณาเพิ่มเติมเข้ามาชดเชยภาระอัตรา ดอกเบี้ยวงเงินสินเชื่อส่วนนี้ที่เพิ่มขึ้นต่อไป ภายหลังจากที่ได้มีการประเมินผลโครงการบัตรสินเชื่อ เกษตรกรหรือบัตรเครดิตชาวนาที่ออกให้กับลูกค้าที่กู้เงินกับ ธ.ก.ส.ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย 1 ล้านใบในปีแรก (1 พ.ย.54 – 31 ต.ค.54) โดยปราศจากอุปสรรค เช่น เกษตรกรใช้วงเงินในบัตรเครดิต ไปซื้อปุ๋ยจริงไม่นำไปเปลี่ยนเป็นวงเงินจากเป้าหมายในปีที่ 2 (1พ.ย.55 – 31 ต.ค.56) ขยายจำนวนบัตร เพิ่มเป็น 3 ล้านใบ โดยที่รัฐบาลมีภาระชดเชยในโครงการบัตรเครดิตชาวนาทั้งสิ้นไม่เกิน 3,733.33 ล้านบาท แบ่งเป็นภาระชดเชยในปีแรก ประมาณ 933.33 ล้านบาท ในปีที่สอง ประมาณ 2,800 ล้านบาท จากภายใต้เงื่อนไขวงเงินกู้บัตรไม่เกิน 70 % ของมูลค่าผลผลิตส่วนที่เหลือ เพื่อขายของเกษตรกรผู้กู้ แต่ละราย หรือเฉลี่ยวงเงินสินเชื่อต่อรายประมาณ 20,000 บาท อัตราเบี้ย MRR (ปัจจุบันเท่ากับ 7) กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน กรณีพิเศษไม่เกิน 18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่มาแห่งรายได้ของ เกษตรกร โดยสิทธิพิเศษที่ผู้ถือบัตรจะได้รับคือ ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี และปลอดดอกเบี้ย 30 วัน (ซึ่งรัฐบาลจะมารับภาระชดเชยทั้งหมดแต่ส่วนที่เกินกำหนดเงื่อนไข เกษตรกรต้องเป็นผู้จ่ายเอง และรับภาระดอกเบี้ยที่ 10% รวมค่าปรับอีก 3% รวม 13 %)       ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวอีกว่า แม้เริ่มประเมินโครงการปีแรกแล้วมีอุปสรรคทำให้รัฐบาลไม่ อุดหนุนงบประมาณชดเชยดอกเบี้ยเพิ่มเติม สนับสนุนวงเงินสินเชื่อส่วนนี้ก็ตาม แต่ ธ.ก.ส.ก็พร้อมจะ ดำเนินการต่อไป โดยจะกลับมาเพื่อพิจารณาหาวิธีป้องกันความเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคเอง เนื่องจาก ธ.ก.ส. ได้ลงทุนวางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ติดตั้งเครื่องและเซิร์ฟเวอร์สาหรับอ่านบัตรเครดิตเกษตรกรครั้งนี้ไปแล้ว ทั้งสิ้นรวม 500 ล้านบาท ดังนั้นในระยะยาวจึงต้องมีการขยายวงเงินในบัตร เพื่อให้ครอบคลุมทั้งการซื้อ น้ำมันเชื้อเพลิง และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อไป       ล่าสุด ในวันที่ 7 ตุลาคม 2554 นี้ ธ.ก.ส.จะเปิดรับสมัครลงทะเบียนบัตรเครดิตชาวนา พร้อมกับ ที่รัฐบาลจะเปิดตัวโครงการจำนำข้าวและจะสามารถวางระบบรองรับออกบัตรได้ทันในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ แต่จะออกบัตรเครดิตชาวนาเป็นโครงการนำร่องก่อน จำนวน 1,000 ใบ ได้แก่ อุดรธานี อยุธยา สระบุรี นครราชสีมา และเชียงใหม่ เพราะเริ่มมีการเก็บเกี่ยวข้าวโดยสามารถมายื่นใบสมัครผ่านการลงทะเบียน สาขาของ ธ.ก.ส.ทั้ง 10 สาขาได้โดยแยกเป็นจังหวัดละ 2 สาขา ซึ่งใครมาลงทะเบียนก่อนมีสิทธิ์ได้บัตรก่อน และในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ธ.ก.ส.จะมีการประชุมร้านค้าเครือข่ายที่ขึ้นทะเบียนกับ ธ.ก.ส.ไว้ 3,000 แห่ง เพื่อ ทำความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์โครงการอีกด้วยหลังจากนั้นในปี 2555 จะเริ่มขยายให้ครอบคลุมทุก จังหวัด และขยายไปในกลุ่มชาวนาและชาวไร่ต่อไป ตั้งเป้าภายในสิ้นปีแรก (1 พย.54 – 31 ตค.55) จะขยายจำนวนบัตรเครดิตชาวนาได้ถึง 1 ล้านใบ จากเป้าหมายปีที่ 2 (1พย.55 - 31ตค.56) เพิ่มเป็น 3 ล้านใบ เท่ากับจำนวนลูกหนี้ของ ธ.ก.ส. ปัจจุบันไม่ต่ากว่า 3 ล้านคน
Untitled Document
Sirivatanasecurity
Copyright ©2011Sirivatana SecurityPrintCompany Limited. All Rights Reserved.